น้ำท่วมกรุงเทพ 2554 ตอน แม้น้ำท่วมก็กินอาหารครบ 
น้ำท่วมกรุงเทพ 2554 ตอน ทำอย่างไรเมื่อน้ำดื่มมีจำกัดในภาวะน้ำท่วม
น้ำท่วมกรุงเทพ 2554 ตอน การรักษาสุขภาพเมื่อยามน้ำท่วม
น้ำท่วมกรุงเทพ 2554 ตอน ส้วม น้ำ ความสะอาด ในช่วงประสบอุทกภัย
น้ำท่วมกรุงเทพ 2554 ตอน น้ำท่วมเน่าเสีย
คุณรู้หรือไม่  
ลดน้ำหนักตัวแบบพุทธะ
ท่าบริหารร่างกายเพื่อแก้ไขอาการปวดหลังเรื้อรังโดยการรำไม้พลอง ของ ป้าบุญมี เครือรัตน์
ฟิต...ไม่ฟิต...ต้อง 'Fit Test'
พบกับคนพิเศษ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร. พิทยา จารุพูนผล
เกร็ดความรู้สุขภาพ

 
น้ำท่วมกรุงเทพ ปี 2485
(Bangkok floods in 1942)
รู้สู้ flood ep.1:
รู้จักน้ำท่วมให้มากขึ้น  
รู้สู้ flood ep.2 :
3 คำถามยอดฮิต  
รู้สู้ flood ep.3 :
เตรียมตัวก่อนน้ำมาถึง  
รู้สู้ flood ep.4 :
การรับมือในภาวะน้ำท่วม
รู้สู้ flood ep.5 :
ใจเย็นยามอพยพ  
รู้สู้ flood ep.6 :
ตุนอย่างมีสติ  
รู้สู้ flood ep.7 :
รู้ให้ครบ ระบบน้ำใช้  
 

น้ำท่วมกรุงเทพ 2554 ตอน ส้วม น้ำ ความสะอาด ในช่วงประสบอุทกภัย



ส้วม น้ำ ความสะอาด ในช่วงประสบอุทกภัย
โดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สมาคมอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย

ในช่วงอุทกภัย ประชาชนต้องมีการปรับการดำเนินชีวิตใหม่เพื่อให้มีสุขภาวะที่ดีโดยเฉพาะในเรื่อง ส้วม น้ำ และความสะอาด มีความเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน

ส้วม ที่ใช้กันในภาวะอุทกภัย เป็นอุปกรณ์รองรับสิ่งปฏิกูลที่ไม่มีการใช้น้ำ เช่น ถุงดำ หรือถุงพลาสติกหูหิ้วที่ใช้แล้วและมีการจัดเก็บในถังรองรับ สิ่งที่ประชาชนควรปฏิบัติเพื่อสุขอนามัยที่ดีคือ ควบคุมอุจจาระและกระดาษชำระให้อยู่เฉพาะในถัง/ถุงรองรับสิ่งปฏิกูล เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ควรมีการแยกอุจจาระออกจากปัสสาวะเพื่อนำปัสสาวะไปใช้ประโยชน์ร่วมกับของเสียอื่น ๆ และลดปริมาณของเสียที่ต้องกำจัด อุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายนี้ควรมีการเติมปูนขาวก่อนปิดอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และดึงดูดแมลงและสัตว์นำโรค สิ่งที่แนะนำคือ การนำถุงพลาสติกหูหิ้วมาใช้ซ้ำในรองรับสิ่งขับถ่าย ปิดรัดถุงทันทีหลังขับถ่าย และเก็บในถุง/ถังขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่รวบรวม และส่งไปหน่วยกำจัดในระบบการฝังกลบแบบสุขาภิบาลต่อไป ในทุกขั้นตอนของการจัดการสิ่งขับถ่าย ต้องเน้นการป้องกันการปนเปื้อนและรักษาความสะอาดของร่างกายโดยเฉพาะมือซึ่งจะเป็นสื่อในการปนเปื้อนสิ่งต่าง ๆ ได้

น้ำ การใช้น้ำทั้งอุปโภคและบริโภคของประชาชนเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่สำคัญ กรณีที่ยังสามารถใช้น้ำประปาได้ ถือว่า มีความปลอดภัยสูง เพราะระบบการผลิตน้ำประปาในภาวะปกติมีการควบคุมคุณภาพน้ำเป็นอย่างดี การดื่มและใช้น้ำประปาจึงเป็นสิ่งที่แนะนำ ในกรณีที่ต้องมีการใช้น้ำประปาที่ผลิตโดยเครื่องผลิตประปาภาคสนามซึ่งมักใช้ระบบกรองแบบเร็ว และมีคุณภาพน้ำค่อนข้างผันแปรตามคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ น้ำจากระบบประปาภาคสนาม เมื่อดูจากสายตา จะเห็นว่าคุณภาพน้ำด้านกายภาพค่อนข้างดี คือ สีและความขุ่นเป็นที่น่าพึงพอใจ แต่อาจด้อยด้านคุณภาพทางเคมีและชีวภาพอื่น ๆ เช่น มีเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการบำบัดเบื้องต้นของน้ำประปาภาคสนาม คือ การทำลายเชื้อจุลินทรีย์โดยคลอรีน แนะนำให้ใช้คลอรีนผงในปริมาณที่เหมาะสมในการกำจัดจุลินทรีย์และไม่มากจนทำให้เกิดกลิ่นคลอรีน ซึ่งมีผลต่อกลิ่นและรสชาดของน้ำเมื่อนำน้ำนั้นมาดื่ม ปริมาณแนะนำโดยทั่วไปสำหรับใส่ในน้ำที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพเบื้องต้นมาแล้ว คือ ใช้คลอรีนผง 60% ปริมาณ 1 ช้อนชาผสมในน้ำ 1 แก้วทิ้งให้ตกตะกอน รินน้ำใสผสมในน้ำ 100 ลิตร (ประมาณ 50 ปิ๊บ) ผสมน้ำทิ้งไว้นานอย่างน้อย 30 นาทีก่อนนำมาใช้อุปโภคและบริโภค ทั้งนี้ควรควบคุมให้มีปริมาณคลอรีนตกค้างไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร (วัดปริมาณโดยชุดทดสอบคลอรีนอย่างง่าย หรือทดสอบโดยการดมน้ำแล้วพบกลิ่นคลอรีนเล็กน้อยเช่นเดียวกับน้ำประปา) ทั้งนี้ขอให้ประชาชนสังเกตคุณภาพน้ำและปรับปริมาณใช้ตามความเหมาะสมต่อไป อนึ่งเพื่อทดสอบความมั่นใจในการบริโภค คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลยินดีให้บริการชุดทดสอบอย่างง่าย (PHC media) เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนทางจุลินทรีย์ในน้ำ วิธีใช้คือ นำน้ำที่ต้องการทดสอบใส่ในขวดตามปริมาตรที่กำหนด ปิดฝาและตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 24-48 ชั่วโมง หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสีของน้ำและกระดาษทิชชูในขวดทดสอบแสดงว่า น้ำนั้นค่อนข้างปลอดภัยและสามารถนำมาบริโภคได้ ในทางกลับกันหากน้ำเปลี่ยนสีและกระดาษทิชชูในชุดทดสอบมีสีดำ/คล้ำ ถือว่า ยังมีการปนเปื้อนทางจุลินทรีย์อยู่ จึงต้องเพิ่มประมาณคลอรีนที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำต่อไป

ความสะอาด ความสะอาดทั้งทางร่างกายและสิ่งแวดล้อมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาดของอาหารและน้ำ ขยะและของเสียอื่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญในช่วงน้ำท่วม การสุขาภิบาลอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีพและป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่มีอาหารและน้ำเพื่อสื่อ

หัวใจสำคัญของการผลิตและควบคุมการสุขาภิบาลอาหารให้ปลอดภัย คือ การลดการปนเปื้อนเบื้องต้น การทำลาย/ยับยั้งการปนเปื้อน และการป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ ในภาวะอุทกภัยคุณภาพวัตถุดิบอาหารอาจถูกปนเปื้อนหรือด้อยคุณภาพ การประกอบหรือปรุงอาหารที่สดใหม่ทำได้ค่อนข้างยาก อาหารที่ประชาชนบริโภคจึงควรเป็นอาหารสำเร็จรูปที่ปรุงสำเร็จหรือกึ่งสำเร็จแล้วและเป็นอาหารที่ไม่เน่าเสียง่าย อาหารเหล่านี้เมื่อปรุงสำเร็จแล้วควรบริโภคให้หมดในเวลาที่เหมาะสมและไม่ควรเก็บไว้นาน ที่สำคัญคือต้องมีการควบคุมป้องกันปัจจัยที่จะทำให้อาหารปนเปื้อนได้แก่ สุขอนามัยของสถานที่ปรุง การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค ภาชนะอุปกรณ์ที่สะอาด และสุขอนามัยผู้สัมผัสอาหาร ในส่วนของการจัดการขยะและของเสียอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลพวงมาจากการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถใช้ซ้ำหรือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

สิ่งที่แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติคือ นำหลักการ ลดใช้ (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) และนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ในเบื้องต้นต้องพิจารณาการลดใช้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ อุปโภคและบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำวัสดุมาใช้ซ้ำก่อนทิ้ง และการนำกลับมาใช้ใหม่ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ขยะที่เกิดขึ้นมากในที่พักอาศัยช่วงอุทกภัย คือ กลุ่มพลาสติก โฟม เศษอาหาร และสิ่งปฏิกูล ประชาชนต้องแยกทิ้งและจัดการขยะออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ ขยะอินทรีย์ (เศษอาหาร ปัสสาวะ และอินทรียวัตถุอื่น ๆ) และขยะทั่วไป (พลาสติกและขยะย่อยสลายยากอื่น ๆ) ขยะอินทรีย์ต้องมีการรวบรวม และปกปิดอย่างมิดชิดเพราะจะเน่าเสียและสามารถสร้างเหตุรำคาญต่าง ๆ ได้ง่าย แนะนำให้ใช้วิธีการหมักขยะซึ่งสามารถหมักขยะโดยทั้งการใช้และไม่ใช้จุลินทรีย์ EM และใช้เวลาในการหมักไม่เท่ากันขึ้นกับวัสดุและสภาวะการหมัก ในภาวะอุทกภัยแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ EM ช่วยในการหมักเนื่องจากสามารถลดกลิ่นรบกวนได้ดีและทำให้การหมักทำได้เร็ว การหมักอาหารร่วมกับปัสสาวะทำให้ได้วัสดุหมักที่มีธาตุอาหารพืชสูงขึ้น และควรใช้อุปกรณ์/ถัง/ถุงรองรับวัสดุหมักที่ทนต่อการกัดกร่อนของกรดที่เกิดจากการหมักและรับน้ำหนักได้พอสมควร หากประชาชนไม่สามารถดำเนินการหมักขยะอินทรีย์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดขอให้แยกขยะอินทรีย์ออกจากขยะทั่วไปและเก็บรวบรวมให้มิดชิด ถ้าไม่มีการปนเปื้อนขยะอินทรีย์จะทำให้ขยะทั่วไปถูกนำไปใช้ซ้ำ หมุนเวียนใช้ใหม่และ/หรือกำจัดได้ง่าย ขยะประเภทถุงพลาสติกซึ่งมีคุณสมบัติด้านความเหนียวและรูปแบบที่หลากหลาย เมื่อใช้ถุงพลาสติกแล้วควรนำกลับมาใช้ใหม่แต่ต้องไม่ใช้บรรจุ/สัมผัสโดยตรงกับอาหารที่สะอาด ขยะประเภทโฟมซึ่งมีน้ำหนักเบาควรประยุกต์ใช้ใหม่จากคุณสมบัติที่เบาและกันน้ำได้ระดับหนึ่ง เมื่อจำเป็นที่จะต้องทิ้งขยะทั่วไปควรมีการลดปริมาตรขยะเหล่านั้นก่อน เช่น การพับกล่องนม UHT การฉีกและอัดเปลี่ยนรูปกล่องโฟมอาหาร เป็นต้น เพื่อความสะดวกในการรวบรวม ขนส่ง และนำไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป

การควบคุมและดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อมของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพที่ดีของประชาชนผู้ประสบอุทกภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลขอให้กำลังใจต่อผู้ประสบภัยทุกท่าน และยินดีให้บริการวิชาการและคำปรึกษาด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนทุกคน เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพของประเทศไทย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ :
ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม
คณะสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล/สมาคมอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย
โทร.: 02-3548525
E-mail: phssr@mahidol.ac.th

 
ที่มา : สื่อต่างชาติ ประมวลภาพ น้ำท่วมกรุงเทพ 2554
          สื่อนอกแพร่ภาพชุด “Thailand flood reaches Bangkok”